เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะก้าวเท้าไปชอปปิ้งที่ไหน จะมีคนมาแจกเอกสารใบปลิวเต็มไปหมด แปดในสิบอันคงหนีไม่พ้นใบปลิวสินเชื่อบุคคล สินเชื่อระยะสั้น หรือซื้อสินค้าเงินผ่อน เสมือนกับเอาเงินหรือเอาของมาใส่มือเราง่ายๆ ไม่ต้องขวนขวายเก็บออมเพื่อหาซื้อเหมือนก่อน
หลายคนคิดว่าได้มาง่ายก็อยากจะใช้ไปง่ายๆ โดยไม่คิดให้ดี ยิ่งได้มาโดยไม่ต้องลงแรงเยอะแบบนี้ต้องระวังให้มาก ขอให้ท่องคาถาไว้ว่า ของฟรีไม่มีในโลก เพราะทุกอย่างมีต้นทุน และของอย่างจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ก็ต่อเมื่อใช้อย่างเข้าใจและระมัดระวัง
1.1 เราอยากได้เงินไปทำอะไร
ก่อนที่จะรับเงินที่คนอื่นหยิบยื่นให้ คิดสักนิดก่อนดีไหมว่าเราอยากได้เงินมาทำอะไร จะเอาเงินที่ได้นั้นไปซื้ออะไร แล้วจะเอาของที่ซื้อมานั้นไปใช้ทำอะไร
คนเราทุกคนมีของที่ อยากมี อยากได้ ด้วยกันทั้งนั้น แต่ของที่อยากได้นั้นบางอย่างอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ ให้นึกย้อนกลับไปถึงคาถาที่ให้ไว้เพื่อจะได้ยั้งใจเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น
1.2 ของอะไรที่จำเป็นหรือควรซื้อ
พอได้เงินที่เสมือนหนึ่งมีคนหยิบยื่นให้ง่ายๆ มักจะนึกถึงแต่ว่าอยากได้ ลืมคำว่า จำเป็น ไปสนิท จงถามตัวเองต่อไปว่า ของที่คิดว่าจะซื้อนั้น มีของเดิมที่ใช้ได้อยู่แล้วหรือไม่ หรือมีของอื่นๆ ที่ใช้ทดแทนกันได้หรือเปล่า ถ้ามีอยู่แล้วก็แสดงว่าที่กำลังอยากจะได้นั้น ไม่ได้ จำเป็น จริงๆ แต่ถึงจะเป็นของที่ไม่เคยมี ก็ไม่ได้หมายความว่าควรซื้อเสมอไป
ของที่จะซื้อมาทำให้หาเงินได้มากขึ้นหรือสะดวกสบายขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องเปรียบเทียบกับภาระที่ตามมาด้วย ไม่ใช้ซื้อมาแล้วสะดวกสบายกาย แต่กลับกลายเป็นภาระให้กับเจ้าของต้องร้อนใจเหนื่อยกายหาเงินมาผ่อน
ถ้าถามว่า ซื้อรถยนต์ ควรซื้อไหม แต่ละคนก็มีคำตอบไม่เหมือนกัน
สำหรับหนุ่มโสดทำงานบริษัทในเมืองที่มีบ้านอยู่ใกล้เมืองสามารถขึ้นรถไฟฟ้าหรือบริการรถสาธารณะได้ เมื่อคอดทบทวนถึงผลได้ผลเสียแล้ว คงจะตอบในเบื้องต้นได้ว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อรถ เพราะไหนจะค่ารถราคาหลายแสนหรือเป็นล้านบาท อาจจะต้องมีภาระผ่อนหลายปี ค่าบำรุงรักษารถยนต์ ที่สำคัญคือค่าน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวัน แทนที่จะได้รับความสะดวกสบายกลายเป็นว่าต้องมาเป็นภาระเพิ่มขึ้นไปอีกหลายปี
แต่ถ้าหนุ่มคนเดียวกันนี้เป็นเซลล์แมนและต้องมีรถเพื่อใช้ในการทำงาน ขับไปหาลูกค้าต่างจังหวัด แต่สามารถเบิกค่าน้ำมันได้ ก็เห็นว่าควรจะซื้อเพราะเป็นการลงทุนเพื่อให้มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และจะยิ่งมีเหตุผลควรซื้อมากขึ้นถ้าพ่อหนุ่มสามารถหารายได้เสริมโดยการให้บริการเช่ารถในวันหยุด หรือใช้รถเป็นสื่อแปะป้ายโฆษณาหาเงินเข้ากระเป๋าเหมือนกับที่เห็นวิ่งกันในถนนหลายคัน
1.3 ซื้ออะไรก่อน
ปัญหาที่คนจำนวนไม่น้อยพบคือ ไม่ว่าจะคิดวนไปวนมากี่รอบก็พบว่าของชิ้นไหนรายการไหนก็จำเป็นไปเสียหมด จะตัดรายการนี้ก็ไม่ดี จะข้ามของชิ้นนั้นก็ไม่ได้ แต่ปัญหาคือเงินในกระเป๋ามีไม่พอที่จะซื้อได้ทุกอย่าง ฉะนั้นจะทำอย่างไรดี
เทคนิคที่จะแนะนำคือทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองก่อน อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำที่จำเป็น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ก็ต้องกันเอาไว้ส่วนหนึ่ง ค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นมีอะไรบ้าง เช่น กินข้าวนอกบ้านเดือนละ 4 ครั้ง ค่าบุหรี่ เพราะบัญชีรายรับ-รายจ่าย จะทำให้ท่านรู้สภาพการเงินของตนเองว่าเดือนๆ หนึ่งนั้น รายรับพอกับรายจ่ายหรือไม่ มีเงินเหลือเก็บพอให้ซื้อของเพิ่มเติมหรือเปล่า
ทีนี้ถ้ามีเงินเหลือผ่อนแค่ชิ้นเดียวแต่อยากได้ของห้าชิ้นก็ต้องมาจัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนของของแต่ละชิ้นโดยยึดเอาความ จำเป็น ของผู้ใช้เป็นหลัก อย่างนี้ก็ง่ายขึ้น
จำไว้ด้วยว่าของไม่จำเป็นหลายอย่างที่เรากู้ซื้อมาทำให้เรามีภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นขึ้นมาทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะ หนี้ เป็นค่าใช้จ่ายตัวแรกที่เราต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ตามกฎหมาย เพราะถ้าเราจ่ายไม่ครบตามจำนวนหรือตามเวลา เจ้าตัววายร้ายที่ชื่อว่า ดอกเบี้ยเงินกู้ มันจะเพิ่มค่าทวีคูณภาระของเราให้ทับถมมากขึ้นเรื่อยๆ |